เจ้าของเซ่นไหว้ เล่าวินาทีเจอ แตงโม พร้อมเส้นผมปริศนา - แชร์ข่าวดัง

สดๆร้อนๆ

Monday, February 28, 2022

เจ้าของเซ่นไหว้ เล่าวินาทีเจอ แตงโม พร้อมเส้นผมปริศนา

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ เจ้าของเซ่นไหว้ปริศนา เผยภาพดวงวิญญาณ แตงโม นิดา ก่อนฝากคำพูดถึง กระติก-แซน หลังให้สัมภาษณ์ โดย เจ้าของเซ่นไหว้ปริศนา ก็ได้โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า มาหาอีกแล้ว ไม่รู้จะให้ช่วยอะไร ตี 3.25 น. บอกแค่ว่าทำไม ไม่พูดความจริง เหตุการณ์อื่นก่อนจะเดินไปหลังเรือ จะไปกรรมฐานแล้วครับ

ล่าสุด ทำเอาขนลุก เมื่อ เจ้าของเซ่นไหว้ปริศนา นั้นได้เล่าวินาทีเจอ วิญญาณแตงโม นิดา ที่มาปรากฏตัวให้เห็น พร้อมเส้นผมปริศนาที่ติดอยู่คอ ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก

โดย เจ้าของเซ่นไหว้ปริศนา นั้นได้กล่าวในไลฟ์สดหลังมีคนถามว่า เจอพี่เขายังไง เจ้าของเซ่นไหว้ปริศนา กล่าวว่า พอดีผมอ่านทันนะ คือ คือพี่เขามาไม่ใกล้ผมครับ ด้วยภาพสุดท้ายที่มา ก็คือซีดเเล้วก็หน้ามีผม รวบไปข้างหลัง อ้อ เเล้วก็มีผมติดอยู่ที่คอ ผมถ่ายรูปไว้เเล้ว

ตอนที่คุยกันเสร็จยาวประมาณสักคืบกว่าๆ เมื่อกี้นี้ เเต่ผมก็ดึงออกมาเเล้ว ถ่ายไว้ที่ห้องเเล้ว คือผมเนี้ย ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก เเต่ผมดึงออก หลังจากดึงพิฆเนศ (ดึงสร้อยออกมา) เขาที่ต้องมากวนใจ ก็เพราะให้เป็นหลักฐานว่า

สิ่งที่เค้ามาขอร้อง มันเป็นเรื่องจริงเราก็อยากให้ทำให้ จริงๆซึ่งผมเองผมไม่เกี่ยวข้องแล้วผมเองก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะไม่มีทางเลือก เพราะมันมีทั้งดีและที่สำคัญ ควรจะควรจะละอายบ้าง

ที่ผ่านมากินอยู่กับเขามาอยู่กับเขามาได้พักใหญ่ๆแล้ว หรืออยู่กับเขามาในวันที่เขาร้องขอความช่วยเหลือ หรือสุดท้ายของดวงจิตสุดท้าย ของจิตที่ตะโกนเรียกเค้ายังไม่จมเลย ถ้าตั้งใจหรือพยายามช่วยเขาสักนิดนึง เค้าอาจจะไม่ตายก็ได้

เค้าอยากให้ความจริงปรากฏ แต่ทางกฎหมายผมไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่ด้วยเค้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเค้าไม่ติดใจแล้ว เค้าได้ไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว พบว่าคนเรามันไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ชีวิตคนเมื่อประมาท ชีวิตคนเราเมื่อมันย้อนกลับไม่ได้อีกแล้ว มันไม่มีทางกลับมาฟื้นคืนได้แล้ว มันไม่มีทางที่จะย้อนกลับมาทำให้ชีวิตดีขึ้นไปมากกว่านี้

แล้วเค้าร้องไห้ทั้งคืนร้องไห้อ่ะ ตั้งแต่ตี 2.50 จนผมตื่น เขาร้องไห้จนวินาทีสุดท้ายที่ได้คุยกัน เท่าไหร่ไม่เคยหยุด น้ำตาแห่งความเชื่อใจ น้ำตาแห่งความเสียใจ น้ำตาแห่งความไว้ใจ และน้ำตาแห่งความวาดหวังในปี 2565 ของเค้าที่มันจบลง มันนำพาความทุกข์มาให้ทุกข์ไปให้คนที่ยังอยู่ที่เค้าห่วง

อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

ขอบคุณ จักรรินทร์ รังสิมันตุ์ธนากร

No comments:

Post a Comment